15 กันยายน 2566
บีซีพีจีกับการเติบโต ขยายธุรกิจ Beyond Adder

“ถ้าเราเข้าใจในธุรกิจและรู้ว่าเรากำลังทำอะไร เราจะเดินไปในเส้นทางที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Adder ของภาครัฐเริ่มทยอยหมด BCPG มีเป้าหมายหลัก คือ ปิดช่องว่างของรายได้ที่หายไป ซึ่งโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งที่เปิดขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว และที่กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนานั้นทำให้มั่นใจว่าสามารถปิดช่องว่างได้ภายในปี 2568 และ ทุกโครงการใหม่นับจากนี้ คือ การเติบโต beyond adder” นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก กล่าวถึงทิศทางการสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ

จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 8 ปีก่อนที่ BCPG ตั้งขึ้นโดยแยกส่วนธุรกิจ (spin off) จากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ด้วยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญา 118 เมกะวัตต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่ภาครัฐให้การสนับสนุนอัตราค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากอัตราค่าไฟฟ้าปกติ (Adder) ในระยะเวลาที่กำหนด

แม้ว่าวันนี้การได้รับการสนับสนุนอัตราค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากอัตราค่าไฟฟ้าปกติ (Adder) ที่ BCPG ได้รับจะทยอยหมดไป แต่ด้วยการวางกลยุทธ์ขยายการเติบโตด้วยการกระจายการลงทุนในหลากหลายแหล่งพลังงาน ทำให้ BCPG เติบโตก้าวกระโดด ปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้ง 2,025.2 เมกะวัตต์ เป็นโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 1,248.7 เมกะวัตต์ และอยู่ในระหว่างการพัฒนา 776.5 เมกะวัตต์ ดำเนินธุรกิจใน 7 ประเทศ ในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังน้ำ พลังงานลม และก๊าซธรรมชาติ

2566 ปีแห่งการแสวงหาโอกาสและขยายขอบเขตธุรกิจ
“8 เดือนแรกของปี 2566 BCPG ปิดดีลการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา 4 แห่ง (กำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 857 เมกะวัตต์) ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว ทำให้รับรู้รายได้ทันที และเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัย ประสิทธิภาพสูง มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ จึงมีความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี (PJM) ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการการใช้ไฟฟ้าสูงครอบคลุมถึง 13 รัฐ ในสหรัฐอเมริกา”
นายนิวัติ เล่าเพิ่มเติมว่า นอกจากขยายธุรกิจในสหรัฐฯ ก็ได้ลงทุนในธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเรือขนส่งน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีถังเก็บน้ำมัน 20 ถัง มีสัญญาให้บริการกับลูกค้าครบทุกถัง สามารถสร้างรายได้ได้ทันที และมีรายได้ประจำสม่ำเสมอ

การพัฒนาโครงการสำคัญเดินหน้าต่อเนื่อง
ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา BCPG สามารถขายไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้า Nam San 3A และ 3B ใน สปป. ลาว ไปยังเวียดนาม ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป.ลาว (ขนาด 600 เมกะวัตต์) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2568 ซึ่งจะเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอีกประมาณ 290 เมกะวัตต์
นอกจากนี้ BCPG ได้ใบอนุญาตใช้ที่ดินสำหรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 185 เมกะวัตต์ ในไต้หวัน ซึ่งมีโรงไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตแล้วและพร้อมจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ทันทีจำนวน 40 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2567 โดยอีก 145 เมกะวัตต์ที่เหลือ อยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป
ถ้าเราเข้าใจในธุรกิจ และรู้ว่าเรากำลังทำอะไร เราจะเดินไปในเส้นทางที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ สำหรับ BCPG ทุกโครงการใหม่นับจากนี้ คือ การเติบโต Beyond Adder

“BCPG เติบโตมาถึงวันนี้เพราะทีมงานที่แข็งแกร่ง ช่วยกันเต็มที่เพื่อสร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพในระยะยาว และเป้าหมายต่อไปคือการผลักดันให้บริษัทเติบโตสู่กำลังการผลิต 3 กิกะวัตต์ ซึ่งผมมั่นใจว่าทุกคนจะช่วยกันขับเคลื่อนสู่เป้าหมายนี้ร่วมกัน” นายนิวัติ กล่าวทิ้งท้าย